ตุลาคม 22, 2017, 03:24:25 PMสมาชิกล่าสุด: ranway
Thailand Travel Talk Hotel Tour Travel Thaitourtalk.com » กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / ปัญหาติดแก๊ส
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ ตุลาคม 13, 2017, 11:23:15 PM »
Bullbuck.Co.th
Save & Safe
หน้าแรก
PROMOTION
ชุดอุปกรณ์ติดตั้ง
บริการของเรา
ภาพการติดตั้ง
สาระน่ารู้
เกี่ยวกับเรา
สั่งซื้อสินค้า
อาการที่อาจเกิดขณะใช้แก๊ส                               

1. เครื่องยนต์สั่นในรอบเดินเบา หรือกระตุก   สาเหตุของอาการมีดังนี้

- ระบบไฟฟ้าจุดระเบิดมีปัญหา เช่น หัวเทียน, คอยล์, สายหัวเทียน

- อุปกรณ์ชดเชยรอบเดินเบาชำรุด หรือทำงานได้ไม่เต็มที่เนื่องจากเก่า

- มีอากาศรั่วผ่านเข้าลิ้นปีกผีเสื้อได้

- หัวฉีดน้ำมัน หรือหัวฉีดแก๊สรั่ว มีการปนกันของเชื้อเพลิง

- หัวฉีดแก๊สบางสูบ หรือหลายสูบมีปัญหา หรือชุดหัวฉีดแก๊สมีคุณภาพต่ำ

- มีการจูนเชื้อเพลิงหนา หรือบางเกินไป

- วาวล์เครื่องยนต์มีปัญหา, ลิ้นปีกผีเสื้อมีปัญหามีช่องรอดให้อากาศเข้าได้

- การตั้งโซ่ไทม์มิ่งไม่ดี, การตั้งโซ่เพลาบาลานซ์ไม่ดี

- หม้อลดแรงดันแก๊ส มีปัญหารั่ว หรือเก่าเกินไป

- การฉีดเชื้อเพลิงของระบบน้ำมันสั่งฉีด 2 ครั้ง ขึ้นไป การฉีดของระบบแก๊สไม่สามารถ FOLLOW ได้ ในโปรแกรมจูนไม่มีจุดให้กำหนดค่าฉีดแก๊สให้เหมือนน้ำมัน หรือสั่งลดการฉีดแก๊สไม่ได้

2. รถดับระหว่างการขับขี่ด้วยแก๊ส หรือดับเมื่อลดความเร็วลงกระทันหัน  สาเหตุของอาการ

- หม้อลดแรงดันแก๊ส มีปัญหารั่ว หรือเก่าเกินไป,ค่าแรงดันแก๊สไม่เหมาะสม

- หัวฉีดแก๊สเสีย หรือรูหัวฉีดแก๊สเล็กไป

- เซนเซอร์บางตัวหรือหลายตัวของชุดแก๊สเสีย เช่นเซนเซอร์อุณหภูมิหม้อลดแรงดันแก๊ส, เซนเซอร์รางหัวฉีดแก๊ส

- กล่อง ECU แก๊สมีปัญหา มีความเพี้ยนของค่าการจูนแก๊ส หนา-บาง

- รถน้ำมันหมดติ๊กน้ำมันเสีย มีการตัดติ๊กน้ำมัน

- ระบบแก๊สตัดเข้าน้ำมันเองระหว่างเบารถ หรือออกตัวรถแรง แล้วเครื่องยนต์ดับขณะเบารถ ขณะเลี้ยวรถ

3. รูปไฟเอนจิ้นโชว์ สาเหตุอาการ

- เชื้อเพลิงแก๊ส หนา หรือ บาง เกินไป

- การจำค่าการฉีดเชื้อเพลิงสุดท้ายผิดปกติ ทำให้การฉีดเชื้อเพลิงเมื่อสตาร์ทรถใหม่มีปัญหาเกี่ยวกับการฉีดของเชื้อเพลิง

4. เครื่องยนต์สะดุดระหว่างเปลี่ยนชนิดของเชื้อเพลิงจาก น้ำมัน-แก๊ส แก๊ส-น้ำมัน  สาเหตุอาการ

- ตำแหน่งการติดตั้งท่อสุญญกาศไม่เหมาะสม

- การตั้งค่าการสลับเชื้อเพลิง หรือการหน่วงเวลาสลับเชื้อเพลิงไม่เหมาะสม

- ท่อฉีดแก๊สยาวเกินไปแก๊สเข้าไม่ทันเวลาการเปิด-ปิดของหัวฉีดแก๊ส

- ขนาดของรูหัวฉีดแก๊ส หรือแรงดันแก๊สจากหม้อลดแรงดันแก๊สไม่เหมาะสม

- การตั้งค่าเวลาฉีดแก๊สของกล่อง ECU แก๊สไม่ละเอียดพอ ไม่สอดคล้องกับเวลาการฉีดของน้ำมัน

- หัวฉีดแก๊สมีคุณภาพต่ำทำให้การฉีดแก๊สไม่ทันกับการเปิด-ปิด ลิ้นไอดีเครื่องยนต์

5. วิ่งความเร็วคงที่แล้วเกิดการกระตุกเป็นระยะ หรือตามช่วงความเร็วรอบเครื่องยนต์

- สาเหตุหลัก การจุดระเบิดของหัวเทียน,การทำงานของคอยล์หัวเทียนสายหัวเทียน, องศาการจุดระเบิดของเครื่องยนต์

- สัญญานการฉีดเชื้อเพลิงผิดปกติ, ปริมาณแก๊สในหม้อลดแรงดันแก๊สไม่พอเป็นช่วงๆ หัวฉีดแก๊สทำงานผิดปกติ, จุนแก๊สในรอบเครื่องยนต์ที่กระตุกไม่เหมาะสม  เชื้อเพลิงไม่พอ หรือมีมากเกินไป

6. สัญญานระดับแก๊สที่สวิทช์แก๊สไม่ตรงกับปริมาณแก๊สจริงในถังแก๊สเติมแก๊สได้น้อยดวงไฟบอกระดับแก๊สลดลงเร็วหรือกลับมาเต็มใหม่

- การตั้งค่าระดับแก๊สในโปรแกรมไม่ตรงกับระดับแก๊สในเกจวัดระดับแก๊ส

- ขนาดของวาวล์ถังแก๊สไม่ตรงกับขนาดของถังแก๊ส หรือวาวล์ถังแก๊สมีคุณภาพต่ำ

- อุปกรณ์เกจวัดระดับแก๊สที่วาวล์มีคุณภาพต่ำ, หรือกาจเลือกชนิดของเกจวัดระดับแก๊สที่วาวล์ มีค่าความต้านทานไฟฟ้าไม่ตรงกับวาวล์ หรือโปรแกรมจูนแก๊ส

- การเดินสายไฟสัญญานจากเกจวัดระดับแก๊สมาที่สวิทช์แก๊สหน้ารถสัญญานเดินไม่ต่อเนื่อง หรือการเดินสายไฟในระบบไม่ถูกต้อง

7. มีเสียงดังอื่อๆขณะใช้แก๊ส พอปิดระบบการใช้แก๊ส เสียงหายไป

- เรียกอาการนี้ว่า 'หม้อหอน'  อาจเกิดจากปัญหาผ้าไดอะแฟลม หม้อลดแรงดันแก๊สหย่อน  หรืออาจเกิดจากการปรับแรงดันแก๊สหม้อไม่เหมาะสม

- การติดตั้งวางแนวหม้อลดแรงดันแก๊สไม่ตรงตามสเปคสินค้า เช่นวางตามแนวยาว แนวตั้ง  หรือวางตามแนวขวาง โดยทั่วไปการวางหม้อลดแรงดันแก๊สจะวางตามแนวยาว (VERTICAL) ไม่วางตามแนวขวาง

8. ใช้แก๊สแล้วน้ำมันหายไป หรือน้ำมันลดลงเรื่อยๆ

- การตั้งค่าในโปรแกรมจุนแก๊ส อาจถูก 'ติ๊ก' ในหัวข้อใช้แก๊สร่วมกับน้ำมันแก้ไขโดยการตรวจเช็คการตั้งในโปรแกรมจูนแก๊ส

- ระบบการใช้แก๊ส แยกกันกับระบบการใช้น้ำมัน 100% ในเครื่องยนต์เบนซิน การออกแบบระบบการใช้เชื้อเพลิงแต่ละชนิดแยกจากกันเด็ดขาดไม่ปนกัน โอกาสที่น้ำมันจะหายไปจริงๆขณะใช้แก๊สมีได้อย่างเดียวคือ หัวฉีดน้ำมันรั่ว

- เกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัดรถยนต์ ได้รับสัญญานตำแหน่งระดับน้ำมันในถังน้ำมันจาก ลูกลอยที่อยู่ในถังน้ำมันโดยใช้ค่าความต้านทานไฟฟ้าเป็นสัญญานส่งมาที่หน้าปัดรถยนต์  ทุกครังที่ดับสวิทช์กุญแจ แล้วกลับมาเปิดสวิทช์กุญแจ ON ใหม่ รถทั่วไป จะ รีเซท หรือ ทำการเช็คอุปกรณ์ทั้งหมดใหม่ ดังจะเห็นจากการที่มีเซนเซอร์สัญญานไฟต่างๆ ขึ้นที่หน้าปัดรถยนต์แล้วจะดับหายไปหลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ ตำแหน่งของเกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัดรถยนต์ก็จะกลับมาแสดงระดับของน้ำมันจริงตามสัญญานที่มาจากลูกลอยในถังน้ำมันทุกครั้ง แม้ขณะขับรถโดยใช้แก๊สเกจวัดระดับน้ำมันก็จะแสดงระดับน้ำมันจริงขณะใช้แก๊ส  หรือเกจวัดระดับน้ำมันอาจล่วงลงไปเรื่อยๆขณะขับขี่ด้วยน้ำมัน โดยขึ้นอยู่กับยี่ห้อของรถยนต์ที่ออกแบบแตกต่างกันในการแสดงระดับน้ำมันที่หน้าปัดรถเมื่อผู้ขับขี่ดับเครื่องยนต์ และกลับมาสวิทช์กุญแจ ON  เกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัดก็จะกลับมาแสดงปริมาณน้ำมันจริงตามสัญญานลูกลอยในถังน้ำมัน

แต่อาจมีรถยนต์บางรุ่นที่เวลาใช้แก๊ส เกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัดลดลงไปเรื่อยแล้วไม่คืนกลับ ทั้งที่น้ำมันจริงในถังไม่ได้หายไปไหน เนื่องจากการออกแบบสัญญานไฟฟ้าในการตรวจเช็คเชื้อเพลิงของรถแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันออกไป โดยการคำนวนของกล่องคอมพิวเตอร์น้ำมัน (ECU) ซึ่งเป็นระบบดิจิตอล ใช้วิธีการคำนวนโดยการตรวจสอบจากเซนเซอร์การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ จริงแล้วเซนเซอร์ไม่สนใจว่าเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงใดอยู่ เซนเซอร์ตรวจจับได้แต่ว่ามีสัญญานการฉีดเชื้อเพลิงมีสัญญานการจุดระเบิด มีสัญญาณว่าเครื่องยนต์ทำงานอยู่ไม่ว่าจะจอดอยู่เฉยๆ หรือรถวิ่งอยู่ เมื่อเซนเซอร์ตรวจเจอสัญญานการใช้เชื้อเพลิง จึงแสดงออกไปที่เกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัด  โดยลดระดับของเกจวัดลงไปเรื่อยๆ ตามชั่วโมงใช้งานของเครื่องยนต์ เหตุที่การแสดงระดับน้ำมันของเกจไม่กลับไปแสดงตำแหน่งจริงของน้ำมันในถัง เนื่องจากระบบตรวจสอบการใช้เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาว่าเมื่อมีสัญญานการใช้เชื้อเพลิง  เกจก็แสดงปริมาณลดลงไปเลย ใช้แล้วคือใช้เลยหมดแล้วคือหมดเลยไม่กระเด้งกลับขึ้นมาใหม่เมื่อดับรถแล้วสวิทช์กุญแจ ON ขึ้นมาใหม่  ในขณะที่รถบางยี่ห้อซึ่งระบบสัญญานเป็นดิจิตอลเหมือนกัน แต่เมื่อสวิทช์กุญแจ ON ขึ้นมาใหม่หลังจากวิ่งด้วยแก๊ส เกจวัดระดับน้ำมันก็กระเด้งกลับไปตามตำแหน่งจริงของสัญญานลูกลอยในถังน้ำมัน เพราะว่าการออกแบบถูกกำหนดให้ รีเซท และตรวจสอบสัญญานใหม่ทุกครั้งที่ดับเครื่องยนต์แล้วสวิทช์กุญแจ ON ใหม่

การแก้ไขปัญหานี้สามารถทำได้ ด้วยการใส่อุปกรณ์เพิ่มเติม คือตัวหลอกเกจวัดระดับน้ำมัน วิธีการทำงานของอุปกรณ์คือตัวอุปกรณ์จะส่งสัญญานไฟฟ้าไปที่หน้าปัดรถทุกเมื่อสวิทช์กุญแจ ON หรือสตาร์รถ แต่เมื่อใช้รถด้วยแก๊ส เกจวัดระดับน้ำมันก็ล่วงลงไปเรื่อยๆเหมือนเดิมขณะใช้ แต่เมื่อดับรถแล้วสวิทช์กุญแจ ON ขึ้นมาใหม่ ตำแหน่งของเกจวัดระดับน้ำมันก็จะกระเด้งขึ้นมาตามสัญญานลูกลอยในถังน้ำมันแต่รถบางรุ่นอาจต้องให้มีน้ำมันอย่างน้อย 1/2 ถัง ร่วมด้วยจึงจะแสดงสัญญานระดับเกจน้ำมันที่หน้าปัดรถ

ทั้งนี้การแสดงของเกจวัดระดับน้ำมันที่หน้าปัดรถ กับการแสดงจำนวน กม. เฉลี่ย (AVERAGE) ขณะใช้แก๊ส จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับจำนวนของแก๊สคงเหลือในถังแก๊ส เพราะระบบแก๊สกับระบบน้ำมันแยกกันรถถูกออกแบบมาให้คำนวนค่าเฉลี่ย จากน้ำมันคงเหลือในถังน้ำมันกับอัตราเร็วที่ผู้ขับขี่ใช้ เมื่อผู้ขับขี่ใช้อัตราความเร็วขับขี่แตกต่างกันในแต่ละจังหวะ กิโลเมตรเฉลี่ยคงเหลือก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้

9. ความร้อนสูงขึ้นผิดปกติ

- เมื่อใช้แก๊สรถยนต์จะพบว่า เกจวัดระดับความร้อนที่หน้าปัดของรถยนต์ยังคงอยู่ในระดับปกติเหมือนขณะใช้น้ำมัน คือเกจความร้อนอยู่ระดับตรงกลาง หรือต่ำกว่าตรงกลางเล็กน้อย นั่นหมายความว่าความร้อนขณะใช้แก๊สมากกว่าความร้อนขณะใช้น้ำมันเล็กน้อย จึงทำให้เกจวัดระดับความร้อนที่หน้าปัดรถยนต์ไม่ขยับสูงขึ้นเมื่อใช้แก๊สแทนน้ำมัน  สาเหตุที่ความร้อนเครื่องยนต์สูงขึ้นจนทำให้เกจวัดความร้อนที่หน้าปัดเพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระบบระบายความร้อนของรถยนต์มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นหม้อน้ำ ตัน รั่ว, ฝาหม้อน้ำ, วาวล์น้ำ, ปั๊มน้ำ, ท่อน้ำต่างๆ จุดเชื่อมต่อท่อน้ำร้อนเข้าหม้อลดแรงดันแก๊ส, พัดลมหม้อน้ำ,พัดลมแอร์รถยนต์ มีปัญหาหรือเสีย, น้ำแห้งจากหม้อน้ำโดยไม่รู้สาเหตุ,น้ำจากหม้อพักน้ำไม่ลดแต่เครื่องยนต์ร้อนจัด, น้ำไม่วนในระบบ,ไม่ใช้น้ำยาหม้อน้ำ

- วาวล์ยัน

- แก๊สจูนบาง

- การวิ่งรถด้วยแก๊สเป็นระยะทางไกล จำนวนชั่วโมงมากเกิดความร้อนสะสมอากาศถ่ายเทผ่านเครื่องยนต์ไม่ดี

- การระบายไอเสียของเครื่องยนต์ผิดปกติ

10. ขณะใช้แก๊สเยียบคันเร่งอืด

- ทดสอบการเร่งของเครื่องยนต์เทียบกันระหว่างการใช้เชื้อเพลิงแก๊ส กับการใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ว่าอืดเหมือนกันหรือไม่ ถ้าอืดเหมือนกันแก้ไขปัญหาที่เครื่องยนต์ ถ้าเปลี่ยนเป็นแก๊สแล้วอืด ตรวจเช็คระบบแก๊สปรัปจูนใหม่

- สาเหตุการเร่งแล้วอืด อาจเกิดจากเชื้อเพลิงหนา หรือบางเกินไป หรือที่เรียกว่าแก๊สท่วม น้ำมันท่วม

11. รถกินเชื้อเพลิงมาก

- เครื่องยนต์หลวม กำลังอัดไม่มี, จังหวะจุดระเบิดผิดพลาด

- วาวล์รั่ว, หัวฉีดน้ำมันรั่ว, หัวฉีดแก๊สรั่ว

- การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

- ระบบอากาศของเครื่องยนต์รั่ว, มีปัญหา, ลิ้นปีกผีเสื้อสกปรกลิ้นเปิดค้างกรองอากาศเครื่องยนต์อุดตัน

- เครื่องยนต์เย็น, อากาศหนาว, อุณหภูมิทำงานของเครื่องยนต์ประมาณ 75-95 องศาเซลเซียส

- ส่วนผสมเชื้อเพลิง ต่ออากาศ ไม่เหมาะสม

- ใช้รถบริเวณที่รถติดเป็นเวลานาน, ลักษณะการขับขี่ด้วยการกระชากรถทำให้รอบเครื่องยนต์วิ่งสูงขึ้นขณะออกตัว หรือเอาเท้าแตะที่คันเร่งตลอดเวลา, เข้าเกียร์ D เยียบเบรค ขณะจอดรถ หรือรถติด

- แรงดันแก๊สในหม้อลดแรงดันแก๊สสูงเกินไป ขณะที่รูหัวฉีดมีขนาดใหญ่

- การเค้นเครื่องยนต์เพื่อให้รถวิ่งออก เช่นเครื่องยนต์ 3 สูบ

12. น้ำหล่อเย็นหายโดยไม่รู้สาเหตุ

- น้ำรั่วภายในระบบ น้ำรั่วเข้าในในเครื่องยนต์เนื่องจากฝาสูบ เสื้อสูบ โกงงอมีรอยร้าว, น้ำรั่วผ่านประเก็นฝาสูบเข้าในห้องเผาไหม้ เข้ากระบอกสูบ แต่ถ้าน้ำรั่วลงในกระบอกสูบ สีน้ำมันเครื่องจะเปลี่ยนเป็นสีเหมือนกาแฟนมน้ำมันเครื่องออกสีครีม หากน้ำปนกับน้ำมันเครื่อง

- ท่อฮีตเตอร์น้ำรั่ว

- น้ำหล่อเย็นร้อนจัดไม่เป็นสาเหตุให้น้ำในหม้อน้ำหายโดยไม่รู้สาเหตุ เว้นแต่รั่ว หรือฝาหม้อน้ำไม่ได้คุณภาพ ทำให้เวลาน้ำร้อนดันออกหม้อพักน้ำแล้วไม่ถูกดูดกลับลงสู่หม้อน้ำ

 

 

 

บทความ
วิธีใช้รถติดแก๊ส
ตารางบำรุงรักษา
อาการผิดปกติของรถใช้แก๊ส
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้แก๊ส
Bullbuck.Co.th
Bullbuck.Co.th
แผนที่ร้าน
Contact us
About Me
สมัครงาน
Certificate
Versue Gas
AC autogaz
lovato
Banner  ENERGY
banner Ag
banner bsm
banner autronic
leaf
กรมขนส่งทางบก
 dlt.go.yh
KBank
vinyl
2
สุดยอด 50 ร้านอร่อย ใน กรุงเทพฯ (ต้องกินก่อนตาย)


1. โจ๊กสามย่าน: ถามใครๆ ก็บอกว่า ทีเด็ดอยู่ที่หมูหมักก้อนกลมกล่อม ประกอบกับเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นประมาณ หลังเลิกเรียนพอดี เลยกลายเป็น เสบียงให้นิสิตอิ่มท้องจนเรียนจบมาแล้วนักต่อนัก
 
2. ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่: ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ถนนเจริญกรุง ขึ้นชื่อในแกงประเภทแกงกะทิ โดยเฉพาะแกงเนื้อ..มาขายตั้งแต่ประมาณ 16.00น. เป็นต้นไป
 
3. โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย: ใช้หม้อดินมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เพราะหม้อดินเป็นภาชนะธรรมชาติ ปลอดสารพิษเวลาโดนความร้อน แถมเก็บ ความร้อนไว้ได้นาน เนื้อหมูใช้หมูที่ไม่มีมัน ส่วนข้าวก็ใช้ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันเปิดขายแฟรนไชส์ แบ่งปันกำไรและความอร่อยกันให้ทั่วๆ สนใจติดต่อที่ โทร 02-934-3995
 
4. ข้าวขาหมูสีลม: อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้ ใครอยากมาลองต้องรีบมาช่วงเที่ยง หลังบ่ายโมง ไม่รับประกัน เพราะจะขายหมดเร็วมาก
 
5. ข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำ: นอกจากข้าวและไก่จะมีรสดีได้มาตรฐานแล้ว ที่ใครๆออกปากเห็นจะเป็นน้ำซุปร้อนๆ หอมและหวานน้ำต้มกระดูกไก่
 
6. ข้าวหมูแดงสีมรกต: ไม่ต้องสงสัยว่าข้าวหมูแดงทำไมเป็นสีเขียว..จริงๆ แล้วคือนามสกุลเจ้าของร้าน มีทีเด็ดตรงที่ทุกอย่างล้วนผ่านกรรมวิธีการย่าง ย่างมาตลอดสี่สิบกว่าปี ร้านอยู่ในตรอกโรงหมู ตรงข้ามวัดไตรมิตร ขายเวลา 11.30น.-22.00น
 
7. ข้าวขาหมูเหม่งจ๋าย: จากแยกเหม่งจ๋ายมุ่งหน้ามาทางที่จะทะลุถนนเลียบทางด่วน จะเห็นร้านอาหารหลายร้านอยู่ด้านขวามือ ข้าวขาหมูร้านที่ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนรักเครื่องในและหมูกรอบ
 
8. ข้าวผัดปู: อาหารจีนชนิดอื่นๆ ทั้งกระเพาะปลา รังนก กระทั่งหูฉลามทั้งหมดราคาย่อมเยาและรสชาติสมเป็นอาหารจีนแท้ๆ โดยไม่ต้องขึ้นเหลา มีผัดหมี่หยังโจวกับข้าว ผัดปูเป็นเมนูหลัก ร้านเปิดขายประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้าแยก ณ ระนอง ตรงข้ามสโมสรการท่าเรือ
 
9. ก๋วยเตี๋ยวหลอดเยาวราช: ร้านแรกเป็นรถเข็นอยู่ต้นถนนเยาวราชฝั่งขวา ก่อนแยกเข้าถนนผดุงด้าวสังเกตได้จากปริมาณคลื่นคนที่อออยู่หน้าร้าน ลูกค้าบอกว่ามีดีที่เครื่องเยอะและรสชาติเข้มข้นหรือถ้าอยากชิมก๋วยเตี๋ยว หลอดแบบที่ยังคงความเป็นหลอดไว้ ก็ต้องเดินเลยมาอีกนิด อยู่ ฝั่งซ้ายมือ ปากซอยที่มีร้าน 7-11 อยู่ด้านใน เด็ด..เช่นกัน
 
10. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน: ตู้ใส่เส้นและลูกชิ้นค่อนข้างเก่าเนื่องจากทำมาหลายสิบปี แต่ก็ยังคงความอร่อยของลูกชิ้นไว้เช่นเดิม อยู่บริเวณตลาดศรีย่าน
 
11. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้: เป็นร้านพี่น้องอยู่ใกล้ๆ กันบริเวณท่าน้ำราชวงศ์ กระซิบว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยอยากให้ลง แต่เพราะความอร่อยของลูกชิ้นและเส้นที่เหนียวนุ่ม เราจึงจำเป็นต้องแนะนำ ใครจะแวะไปชิม กรุณาอย่าบอกว่าอ่านเจอจากที่นี่..ขอบพระคุณค่ะ
 
12. หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5: เรื่องมีอยู่ว่าคุณทวดของเจ้าของร้านอพยพมาจากเมืองจีนมาทำหมี่กรอบ ขายอยู่บริเวณท่าน้ำตลาดพลู ซึ่งเป็นย่านที่มีขุนนางอาศัยอยู่เยอะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าหลวงปลอมพระองค์เสด็จฯ ตรวจราชการ แล้วทรงได้กลิ่นหมี่ใกล้สุก เมื่อเสด็จฯ ครั้งต่อๆ มา จึงแวะเสวย และมีพระราชดำรัสให้ไปผัดในวัง ปัจจุบันหมี่กรอบจีนหลียังตั้งอยู่ที่เดิม ขายสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม
 
13. ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา : เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวสวรรคโลกแท้ๆ เพิ่มเสียชีวิตได้ไม่นาน พี่วรรณลูกสาว จึงรับหน้าที่ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้ได้ครบรส เดิมตั้งอยู่ในซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์ เดี๋ยวนี้ขยับขยายขึ้นไปอยู่บนศูนย์อาหารเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว
 
14. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี: ร้านตั้งอยู่เลยวัดตรีทศเทพ เลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย เป็นลูกชิ้นปลาทำเองจากเจ้าของร้าน กิตติศัพท์เรื่อง รสชาติมีมาก พอๆ กับการไม่ง้อลูกค้าคนเรื่องมากต้องระวังจะถูกเชิ¬ให้ไปรับประทานร้านอื่น
 
15. ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ: แปลกกว่าก๋วยเตี๋ยวธรรมดาตรงเส้นที่คล้ายเส้นเกี้ยมอี๋ แต่ยาวกว่า ใส่ผักกาดดองตามสูตรไหหลำ เนื้อหมูและวัวเลือกมา อย่างดี อยู่ตรงสะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า
 
16. เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม: ใครเคยไปบริเวณวัดแขก จะเห็นว่าทุกร้านล้วนขึ้นป้ายว่าเย็นตาโฟวัดแขกเจ้าเก่า แนะนำได้เพียงว่า ร้านดั้ง เดิมคือร้านที่อยู่ใกล้กับวัดแขกมากที่สุด แต่เรื่องรสชาติต้องลองชิมดูเองว่าร้านไหนจะถูกปากใครมากกว่าจานเด่นจาน เด็ด”
 
17. ไก่ย่างแม่วันเพ็ญ: ไก่ย่างและไก่ย่างทอดร้อนๆ ทอดจนกรอบ แล้วโรยเครื่องเทศให้หอม เข้าได้ทั้งจากซอยอาภาภิรมย์ ข้างกรมการค้าส่ง ออกถนนรัชโยธิน หรือจากซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าวก็ได้ ผู้ไม่คุ้นทางสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 1818 2608
 
18. กระเพาะปลาน้ำแดง: ใช้เวลาเตรียมแต่เช้ามืดเพื่อเปิดขายตอนประมาณสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องเคี่ยวกระดูกไก่นาน 4 ชั่วโมง ผสมกับ เครื่องปรุงอย่างดี ทำให้ได้น้ำหอมหวาน แต่เดิมขายในรถ เดี๋ยวนี้กลายเป็นแผงอยู่หน้าที่จอดรถตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ
 
19. อาหารไทย ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือใหญ่อุทิศ: มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ส้มตำผลไม้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ รวมไว้ในร้านเดียวกัน เจ้าของรวบรวมอาหารอร่อยจากที่ต่างๆ มาพัฒนารสชาติ ปรับส่วนที่เข้มข้นเกินไปให้อร่อยลงตัวไปอีกแบบ หาร้านไม่เจอโทรศัพท์ถามได้ที่ 0 2541 7043
 
20. ส้มตำจตุจักร: ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผ่านซุ้มหนังสือเก่าเลี้ยวขวา จะเจอร้านส้มตำฝุ่นตลบ ซึ่งมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก อาทิ ไก่ทอด หมูยอ ก๋วยจั๊บ¬วน ที่อร่อยอาจเป็นเพราะรอนานจนหิวก็เป็นได้
 
21. ปลาหมึกย่างสยามสแควร์: คุณป้าใช้ปลาหมึกสดๆ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ราคาอาจสูงไปนิด แต่ก็สมเหตุสมผลกับค่าทำเล และคุณภาพอาหารอยู่ในสยามสแควร์ ซอย 4
 
22. ไก่ทอด 7 กระทะ: ไก่ทอดจนกรอบเกรียม รวมกับกระเทียมเจียวร้อนๆ ทำให้มีลูกค้ามากมายมายืนรอ เมื่อไม่ทันใจจึงต้องใช้กระทะถึง 7 ใบ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าเข้าแยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ
 
23. ไก่ทอดเจ๊กี: บางคนเรียกไก่ทอดโปโล เพราะตั้งอยู่ในซอยโปโล ตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นร้านเก่าร้านแก่ตั้งแต่รุ่นเจ๊กี คือคุณแม่ คิดสูตรไก่ ทอดโรยกระเทียมเจียวหอม พร้อมอาหารประเภทส้มตำ น้ำตก เปิดบริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า มีบริการจัดส่งบริเวณใกล้เคียง โทรศัพท์สั่งได้ที่ 02655 8489
 
24. เป็ดย่างพูลสิน: เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อยเป็ดย่างสุกกำลังเหมาะจนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว
 
25. ห่านพะโล้ฉั่วคิมเฮง: ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านใหญ่ซ้ายมือ ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยัง อยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวด เก่าแก่ จนได้รับฉายาว่าเป็นห่านสามชั่วคน
 
26. ไก่ย่างจิรพันธ์: ร้านขายอาหารอิสลามล้วนๆนอกจากไก่ย่างยังมีเนื้อสะเต๊ะ ข้าวหมกไก่ แถมด้วย ข้าวหมกแพะ จากถนนรามคำแหงเลี้ยว ซ้ายที่แยกพระราม 9 มุ่งหน้าไป ทางมอเตอร์เวย์ จะอยู่ทางซ้ายมือ เลยปั๊มเชลล์ไปประมาณ 500 เมตร
 
27. เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลาญชัย: ต้นตำรับดั้งเดิมขายอยู่ใกล้ๆบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ดคุณนิภานำสูตรมาตั้งร้านที่หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปรอบๆหม้อย่างสามารถทานได้เลย เพราะผ่านการปรุงมาแล้ว
 
28. สะอาด : ขายเสต๊กที่ผ่านการดัดแปลงรสชาติให้เข้ากับคอคนจีนได้เป็นอย่างดี ในร้านยังมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน อยู่ บนถนนอิสรภาพ ใกล้สี่แยกบ้านแขก
 
29. ห่านพะโล้สะพานเหลือง: ผ่านการต้มมาอย่างดีจนเนื้อไม่เหนียวและไม่คาวเหมือนห่านพะโล้ทั่วๆ ไป อยู่ย่านสะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าหัวลำโพงจะอยู่ ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงแยกบรรทัดทอง
 
“อาหารว่างและของหวาน”
 
30. กาแฟโบราณเอี๊ยะแซ: โบราณสมชื่อ เพราะเปิดมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปี ใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ประจำ นำมาคั่วทำให้ได้รสกาแฟแท้ดั้งเดิม เปิด รับคนตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปจนถึงสี่ทุ่ม ที่ร้านบนถนนเยาวราช-พาดสาย ตรงข้ามเท็กซัสสุกี้ นอกจากนี้ยังหาดื่มได้ตามศูนย์อาหารทั่วกรุงเทพฯ และเซ็นเตอร์พ้อยท์ เอาใจคอกาแฟรุ่นใหม่
 
31. ขนมเบื้องวังเดิม: สังเกตเห็นได้ง่าย เนื่องจากมีขนาดให¬่กว่าขนมเบื้องธรรมดา ใช้แป้งถั่วเขียวละเลงเป็นแผ่น เพราะหอมกว่าแป้งสาลีแล้ว เคลือบด้วยไข่ มีให้เลือกทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม ชื่อวังเดิมเพราะร้านเก่าอยู่แถววังเดิม เดี๋ยวนี้อยู่ลานอาหารไทย ดิโอลด์สยามพลาซ่า
 
32. ไอศกรีมทิพรส: ไอศกรีมกะทิหลากชนิด มีให้เลือกทั้งกะทิโบราณ กะทิรวมมิตรและกะทิทรงเครื่อง มีบริการแพ็คกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง อยู่บริเวณสี่แยกเตาปูน มุ่งหน้าไปทางตลาดเตาปูน
 
33. ร้านขนมไทยหวานดำรงค์: ร้านปัจจุบันเปิดมาตั้งแต่ปี 2508 ได้มรดกทางฝีมือการทำขนมมาจากคุณแม่ ซึ่งเจ้าของร้านถ่อมตัวว่าไม่ได้มา จากวังไหน แต่คุณหญิงหลายๆ ท่านก็มาสั่งทำขนมชั้นขนาดใหญ่ ตะโก้และขนมเปียกปูน อยู่เสมอๆ ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า ถึงหนึ่งทุ่ม หยุดวัน อาทิตย์ อยู่ในตลาดเจริญผล ใกล้สี่แยกเจริญผล หรือจะโทรศัพท์สั่งก็ย่อมได้ ที่ 0 215 2345
 
34. ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์: เดิมขายสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ แล้วมาทำถั่วแปบเสริม แต่ด้วยความที่ถั่วแปบเจ้านี้แป้งนิ่มกำลังดี ลูกค้า หันมาซื้อกันมากจนทำไม่ทัน จึงต้องหันมาขายเฉพาะถั่วแปบเป็นหลัก ที่ซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม
 
35. ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์: กรรมวิธีการทอดต่างจากร้านอื่น ตรงทอดแป้งเป็นแผ่นบาง โรยด้วยไส้ นำมาซ้อนกัน 3 ชั้น ห่อด้วยแป้ง แล้วจึงทอดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้มีความกรอบและนุ่มพอดิบพอดี ร้านใกล้ๆกันขายปอเปี้ยะทอดที่ใส่เครื่องกุ้งและหมูสับเต็มๆ คำ รสดีด้วย เครื่องเทศและความกรอบใหม่
 
36. โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง: พัฒนามาจากโรตีแผ่นกลมธรรมดา มาเป็นโรตีแผ่นสี่เหลี่ยมทอดจนกรอบ ใส่กล่องหรือใส่จาน แนะนำให้ทานร้อนๆ จะอร่อยเป็นทวีคูณ
 
37. เซ็งซิมอี๊: อี๊ หมายถึงแป้งที่ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนเซ็งซิม หมายถึงชื่นใจ เซ็งซิมอี๊ ร้านที่ว่าเป็นร้านสะท้านโลกันต์ อยู่บริเวณตลาดสวนหลวงเช่นกัน ขายช่วงเย็นๆ ไปจนค่อนคืน
 
38. ลอดช่องสิงคโปร์: ชื่อร้านประโยชน์ อยู่ระหว่างสามแยกกับวงเวียน 22 เป็นร้านเล็กๆ แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนร้าน
 
39. ไอศกรีมไข่แข็ง: โดยการใส่ไข่แดงล้วนๆ ลงในไอศกรีมกะทิ ความเย็นจะกลบกลิ่นคาว กลายเป็นรสชาติหอมมันแทน ร้านอยู่ถัดจากเซ็งซิมอี๊ที่ตลาดสวนหลวงไปประมาณ 2-3 ห้อง
 
40. ซ่าหริ่มชูถิ่น: บอกชื่อไป ไม่มีใครไม่รู้จัก ขายทั้งซ่าหริ่มและขนมไทยอีกหลายชนิด คนชอบทำขนมหลายคนดีอกดีใจที่ร้านนี้มีแป้งทำขนมขาย พร้อมวิธีทำบอกเสร็จสรรพ แต่จริงๆแล้วร้านเขาขายแป้งมาแต่เดิมต่างหาก
 
41. มนต์ นมสด: ชื่อร้านคือชื่อเจ้าของร้าน คุณมนต์ช่วยคุณพ่อทำร้านนม-กาแฟ มาตั้งแต่ 10 ขวบ เริ่มตั้งแต่เป็นรถเข็น ย้ายที่แล้วที่เล่าจนมา ได้ที่ปัจจุบันอยู่ตรงข้ามศาลาว่า การกรุงเทพฯ เปิดขายตั้งแต่ 14.00น. – 24.00น. เน้นความซื่อสัตย์ที่ขนมปังสังขยาสดใหม่ทุกวัน และไม่ใส่ สารกันบูด
 
42. ราดหน้า 4 สี: คือสีของเส้น รวมกับสีน้ำตาลของหมูหมัก สีเหลืองของไข่ดาวและสีน้ำตาลเข้มของหมูแฮม ซึ่งจริงๆ แล้วคือหมูทอดกระเทียม แต่ลูกค้าเห็นว่าอยู่คู่กับไข่ดาว ก็เลยพากันเรียกหมูแฮมจนติดปาก ร้านชิ้งกี่ เคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งคนใหญ่คนโตหลายๆ ท่านมาแล้ว อยู่ใกล้สวนรมณีย์นาถ ถัดจากซอยร้านหวายนายเหมือนไปหนึ่งซอย
 
43. ผัดไทยสำราญราษฎร์ : ผัดไทยร้านนี้เป็นผัดไทยกุ้งสดเจ้าแรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผัดวัดสระเกศ ใกล้ๆกันมีผัดไทยทิพย์ สมัยให้เลือกชิมได้อีกที่ ในบริเวณเดียวกันจะมีอาหารอร่อยหลายร้าน แต่ขอให้ระวังสอบถามราคาก่อน เพราะอาหารบางร้านก็ราคาแพงอย่าง ไม่น่าเชื่อ
 
44. เย็นตาโฟประตูผี: เลยร้านผัดไทยมาจะเห็นร้านตี๋เย็นตาโฟ อยู่ตรงหัวมุมแยกสำราญราษฎร์ ตั้งโต๊ะขายช่วงกลางคืนเต็มพื้นที่ และคนก็ มากพอๆกับจำนวนโต๊ะ สอบถามได้ความว่าลูกชิ้นมีหลากหลาย และน้ำซุปก็อร่อยเกินหน้าเกินตาเย็นตาโฟร้านอื่น
 
45. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่: ร้านที่แนะนำนี้ทำทั้งก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และก๋วยเตี๋ยวอบไก่ สูตรแรกจะคั่วเส้นกับไข่จนหอมแห้ง อีกสูตรใส่ไข่แล้วปิดฝาหม้อ ให้กลิ่นอบอยู่ข้างใน อยู่ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลกลาง
 
46. ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล: ร้านนี้ขายทั้งคั่วทะเลและคั่วไก่ แต่ที่ขึ้นชื่อจะเป็นคั่วทะเล เพราะใส่ทั้งกุ้งและปลาหมึกให้ด้วย อยู่ในซอยข้างตลาด วรจักร หาไม่ยาก แต่ทางวังเวงเล็กน้อย สาวๆ อยากลองควรหาใครไปเป็นเพื่อนสักคนสองคน
 
47. ข้าวมันไก่เจ๊ยี: ตรงข้ามวัดสระเกศ ขึ้นชื่อเรื่องข้าวมันแสนนุ่ม และไก่ต้มยุ่ยกำลังดี ขายช่วงสายๆ จนถึงกลางวัน ต้องรีบไปเช่นกัน เพราะ ช้าหมดจะอดชิม
 
48. ข้าวต้มปลา 5 แยก: บริเวณ 5 แยกพลับพลาไชย ความอร่อยอยู่ที่ความสดของเนื้อปลากะพง ปลาหมึก กุ้ง และหอยนางรมตัวโต เมื่อปรุงกับข้าวต้มร้อนๆ น้ำจะออกมาจากตัวเนื้อ ทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน
 
49. ก๋วยเตี๋ยวหลอด: ก๋วยเตี๋ยวหลอดในซอยข้างสถานีตำรวจพลับพลาไชย ก็มีข้อดีที่เส้นนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเกินไป ไม่เละเกินไป และไม่มันเกินไป ทานอร่อยได้ไม่แพ้ ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง
 
50. ก๋วยจั๊บเผ็ด: เนื่องจากตำเม็ดพริกไทยใส่ลงไปตอนทำน้ำต้มกระดูก แถมโรยพริกไทยในชามอีกครั้ง เพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ มีสาขา อีกร้านเป็นญาติกัน เปิดร้านใหญ่อยู่ตลาดเยาวราช แต่ความเข้มข้นอาจจะไม่เท่าเพราะที่นี่อาซิ่มท้าว่า คนเป็นหวัดมากิน. หวัดหายกันมาแล้ว ทุกราย ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยโรงเลี้ยงเด็ก แต่เจ้าของบอกว่าอยู่ในซอยนาคบำรุงต่างหาก ตัวเนื้อทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน
3
Poon Auto Service

ที่อยู่: 448/99 พระราม 3 ซอย 22 ถนน พระรามที่ 3 แขวง บางโคล่ เขต บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
ชั่วโมง: วันนี้เปิดทำการ · 8:00–18:00
โทรศัพท์: 081 938 5787

5
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / Re: ปัญหาติดแก๊ส
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ กันยายน 19, 2017, 07:33:40 AM »
6
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / ปัญหาติดแก๊ส
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ กันยายน 19, 2017, 06:48:33 AM »
เครื่องยนต์ติดแก๊สมีการสั่นได้ทั้งขณะใช้น้ำมันหรือขณะใช้แก๊สสาเหตุเกิดจาก
1. หัวเทียนบอด
2. สายหัวเทียนรั่วหรือขาด
3. คอยล์จุดระเบิดรั่วหรือเสีย
4. น้ำเข้าหัวเทียนเนื่องจากล้างเครื่องยนต์หรือล้างห้องเครื่อง
5. น้ำมันเครื่องเข้าหัวเทียนเนื่องจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องขณะเทน้ำมันเครื่องหกแล้วใหลเข้าหัวเทียนหรือยางฝาครอบวาล์วเสื่อมคุณภาพ
6. บ่าวาล์วทรุด
7. ขี้แก๊สในหม้อต้มมีมากสำหรับระบบดูดหรือที่เรียกกันว่ามิกเซอร์แต่ในระบบหัวฉีดไม่มีขี้แก๊สนะครับ
8. การปรับตั้งแก๊สไม่เหมาะสม
9. ขนาดรูของหัวฉีดเล็กไปหรือใหญ่ไปของระบบแก๊สหัวฉีด
10. ท่อแก๊สระหว่างหัวฉีดหรือรางหัวฉีดไปยังท่อไอดีของเครื่องยนต์รั่ว
11. แม็ปเซ็นเซอร์เสีย
12. ท่อแว๊กกรั่มรั่ว
13.ชุดรางหัวฉีดเสื่อมคุณภาพ
14.ระบบน้ำร้อนของเครื่องยนต์ไม่เข้าหม้อต้มหรือน้ำในหม้อน้ำแห้ง
15.ปลั๊กที่รางหัวฉีดเสียบไม่แน่น
16.จุดเชื่อมต่อของสายไฟหลุดหรือหลวมเนื่องจากไม่ได้บักกรี
17.สวมปลั๊กของกล่อง ECU แก๊สไม่แน่นหรือหลวม
18.พินของปลั๊กหลุดหรือหลวม
19.สายไฟของแก๊สที่ติดตั้งขาดใน
20.เกจแสดงสถานะของแก๊สขึ้นไม่ตรง
1.หัวเทียนบอด
1.1 หัวเทียนจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ สังเกตได้จากรูปด้านล่างจะเห็นว่ามีรอยไหม้หรือมีตะกรันเกาะที่เขี้ยวหัวเทียน เป็นสาเหตุทำใ้ห้เครื่องยนต์เดินไม่เรียบหรือสั่น ให้เปลี่ยนหัวเทียนก่อนนะครับเพราะสภาพมันไม่ดีแล้วจริงๆ หากเครื่องยังมีอาการสั่นอยู่ก็ดูสาเหตุอื่นต่อไป
8
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / Re: ขั้นตอนการโอนรถมือสอง
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ กันยายน 14, 2017, 12:03:51 PM »
ผู้ขายจะต้องเซ็นต์ชื่อผู้ถือครองกรรมสิทธิในสมุดทะเบียนรถ(เล่มสีน้ำเงิน) ไปเอาเอกสารการโอนที่ขนส่งมาเซ็นต์ชื่อผู้โอนพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรปชช 2ชุด สำหรับแนบเรื่องการโอนและมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปทำการโอน จะต้องมีใบมอบอำนาจด้วย ค่าโอนคิดจากมูลค่าราคารถที่ซื้อขายกันในอัตราแสนละห้าร้อยบาทซึ่งจะมีช่องให้ลงราคาในใบโอนหากราคาต่ำไปจะขอดูสัญญาซื้อขายหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจเพราะที่ตัวเองไปโอนไม่ต้องใช้ สำหรับผู้ซื้อก็ใช้หลักฐานเหมือนกันกับผู้ขายอันนี้แหละที่เรียกว่าโอนลอยครับดูหลักฐานของผู้ถือครองด้วยว่าท้องที่ไหนโดยเฉพาะในกทมีขนส่งหลายเขตจะได้ไม่ต้องเสียเวลา

เน้นสบายใจ ..
ทำสัญญาซื้อขาย จ่ายมัดจำรถ นัดวันเจอกันที่ขนส่ง
รถ กุญแจ เอกสารอยู่กับผู้ขาย เงินอยู่กับผู้ซื้อ
ดำเนินการโอนจนเสร็จ
ผู้ขายรับเงิน ผู้ซื้อรับเล่ม รถ กุญแจ
9
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / Re: ขั้นตอนการโอนรถมือสอง
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ กันยายน 14, 2017, 12:00:36 PM »
เอกสารใช้ในการโอนรถจักรยานยนต์
1.สมุดเล่มทะเบียน ผู้โอนเซ็นชื่อลงในช่อง ผู้ถือกรรมสิทธิื
2.สำเนาบัตรประชาชนของผู้โอนและผู้รับโอน อย่างละ 1 ใบ  เซ็นรับรองสำเนาด้วย
บัตรประชาชนต้องไม่หมดอายุด้วยนะครับ
3.แบบคำขอโอนและรับโอน
4.กรณีที่ผู้โอนไม่ได้ไปด้วย (เซ็นโอนลอย)
ให้ทำหนังสือมอบอำนาจ 1 ฉบับ  ติดอากรแสตมป์ 5 บาท 2ใบ ในขนส่งมีขาย


ขั้นตอนในการโอนรถจักรยานยนต์   ที่กรมขนส่งทางบก จตุจักร
( ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ )

1. ไปยื่นขอตรวจสภาพรถ แล้วนำรถไปตรวจสภาพ แล้วรอรับเอกสาร
2. ไปที่อาคาร 2  ตรงหรี่เข้าไปที่ประชาสัมพันธ์ บอกเค้าว่ามาโอนรถ ยื่นเอกสารแล้วรอรับบัตรคิว
3. นั่งรอเค้าเรียกตามคิวที่ได้ แล้วชำระเงิน
ของผม รถจักรยานยนต์ 26,000 บาท  เสียค่าโอน 100 , ค่าอากร 130 , ค่าคำขอ 5 บาท
4. รอรับเอกสารคืน ท่านจะได้สมุดเล่มทะเบียน ที่มีชื่อของท่านเป็นผู้ถือกรรมสิทธิืของรถคันนั้นๆ

10
เรื่องส่วนตัว เก็บไว้อ่านเอง / ขั้นตอนการโอนรถมือสอง
« กระทู้ล่าสุด โดย thaitourta เมื่อ กันยายน 14, 2017, 12:00:02 PM »
http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2009/05/V7904769/V7904769.html

เราเช็คจากเล่มแล้ว พบว่า เราต้องไปขนส่งเขตพื้นที่3 ค่ะ มันอยู่ตรงถ.สุขุมวิท เราลงทางด่วนสุขุมวิท62(เราขึ้นมาจากหน้าด่านสุขสวัสดิ์ค่ะ) จากนั้นพอถึงแยก ก็เลี้ยวขวาค่ะ แต่เลี้ยวแล้วต้องชิดซ้ายทันทีนะคะ เพราะขนส่งจะอยู่ไม่ไกลจากแยกเลยค่ะ

จากนั้นขับตรงเข้าไปในขนส่ง ตรงผ่านตัวตึกไป เพื่อมุ่งตรงไปยังเต้นท์ที่รับตรวจสภาพรถค่ะ จะมีป้ายบอกชัดเจนว่า ตรวจสภาพรถค่ะ (อันนี้ตอนแรก เรามาถึง เราไม่รู้เรื่อง(โก๊ะมากๆ) ก็เข้าไปในสำนักงานก่อน หาก็ไม่เจอค่ะ เลยไปถามประชาสัมพันธ์ ซึ่งดีมากๆ รู้เรื่องทุกอย่าง เราบอกว่าเรามาโอนรถ ทางพี่ประชาสัมพันธ์ก็ถามว่าโอนจากการซื้อขาย หรือว่าอะไร แบบไหน พูดเพราะมาก ยิ้มแย้ม จากนั้นพี่ก็ตรวจและจัดเอกสารให้รอบนึงก่อน และอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร ให้ไปตรวจสภาพรถก่อน และ ไปรอที่ห้อง106 และขึ้นไปชั้น2ทำเรื่องโอน ก็เสร็จค่ะ)

เมื่อถึงช่องตรวจก็ดับเครื่อง เปิดกระโปรง เจ้าหน้าที่ก็มารุมตรวจ3-4คน ทำงานรวดเร็วค่ะ เอกสารที่ขอไปในช่องนี้มีแค่เล่มและใบขอโอนรถค่ะ อย่างอื่นเราถือไว้ก่อน และจนท.ก็แนะนำเรื่องต่อป้ายทะเบียนภาษี(ไม่รู้ว่าเราเรียกถูกเปล่านะคะ ที่ต้องต่อทุกปีน่ะค่ะ) จนท.แนะนำว่า ต่อได้ก่อนล่วงหน้า3เดือน และเห็นว่าวันนี้เรามาตรวจรถแล้วก็ต่อไปเลยทีเดียวสะดวกดี เราก็ถามว่า อย่างงี้เราต้องไปยื่นเรื่องอะไรที่ช่องไหน หรือเปล่า คำตอบคือ ไม่เลยค่ะ ดำเนินการไปพร้อมกันได้เลย ว้าว ดีจัง เราก็เลยต่อเลยค่ะ(แต่ตอนหลังมีพลิกผันนิดหน่อยนะคะ ต้องรอติดตามค่ะ)

หลังจากกระพริบตาไปสองสามที (เว่อร์นิดนึงค่ะ อิอิ) แป็บเดียวค่ะ จนท.ก็บอกว่าเสร็จแล้ว ไปรอรับเอกสารที่ห้อง 106ได้เลยค่ะ


เสร็จจากช่องนี้แล้ว ก็ขึ้นไปชั้นสองค่ะ เพื่อยื่นเอกสารการโอนทั้งหมด เป็นจุดบริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จสำหรับรถยนต์นั่งไม่เกิน7คนค่ะ สำหรับจุดนี้ ตอนแรกเราไม่ได้ยื่นใบเสร็จที่เราซ์้อขายรถมาด้วย จนท.ก็เลยจะให้เราลงไปตีราคารถมาก่อนน่ะค่ะ พอดีเรามีมา ก็เลยยื่นไปด้วย ก็เรียบร้อยค่ะ

ส่วนการต่อทะเบียนภาษีที่ว่านั้น สุดท้ายไม่ได้ทำค่ะ แหะแหะ เพราะเราไม่ได้เอาพรบ.อันใหม่ไปด้วยน่ะค่ะ จริงๆคือเรายังไม่ได้ไปทำนั่นเอง แต่ไม่รู้เรื่องอ้ะค่ะ (ตอนแรกเข้าใจไปว่าพรบ.คือประกันรถยนต์ชั้น1 พอพี่เค๊าเรียกหาพรบ.เพื่อใช้ร่วมในการต่อทะเบียนอันนั้น เราก็เอาประกันชั้น1ยื่นเลยค่ะ อิอิ สรุปว่าไม่ใช่ สุดท้ายก็เลยไม่ทำ ทางพี่จนท.ก็ไม่ได้มีอาการหัวเสียในความฉลาดของเราแต่อย่างใดนะคะ ก็อธิบายอย่างใจเย็น ยิ้มแย้มค่ะ เรียกเราว่าหนูทุกคำเลยค่ะ ดีจัง

นั่งรอตรงนี้ประมาณ10นาทีค่ะ จ่ายเงินค่าโอน ถ้าไม่มีอากรแสตมป์มา ก็ซ์้อได้ที่นั่นค่ะ ตรงนี้จนท.มีแจกบัตรคิวตอนรอรับเล่มคืนด้วยนะคะ แต่ว่าคนน้อย เลยให้บริการได้รวดเร็วน่ะค่ะ แล้วจากนั้นก็รับเล่มที่พิมพ์เสร็จแล้วมาค่ะ รวดเร็วและบริการดีค่ะ

สรุปว่า เป็นการติดต่อหน่วยงานราชการครั้งนึงที่ประทับใจค่ะ ทำงานรวดเร็ว ยิ้มแย้ม ไม่บึ้งตึง ถามอะไรก็ยินดีให้คำตอบเต็มที่ค่ะ ให้10คะแนนเต็มเลยค่ะ  ก็เลยอยากจะมาแบ่งปันเพื่อนๆว่า ถ้าใครคิดจะไปจ้างทำแบบเราตอนแรก ถ้าจะเปลี่ยนใจมาทำเองก็เป็นความคิดที่ดีนะคะ ไม่เสียเงิน อีกทั้งก็รวดเร็ว ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ

สุดท้ายก็ขอบคุณเพื่อนๆที่สละเวลามาชมกระทู้นะคะ บ๊ายบายค่ะ ^_^

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Stat menu