สวัสดี บุคคลทั่วไป

ท่าปอม คลองสองน้ำ

  • 0 ตอบ
  • 1471 อ่าน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ท่าปอม คลองสองน้ำ
« เมื่อ: มิถุนายน 03, 2014, 11:27:38 AM »
ท่าปอม คลองสองน้ำ  ตั้งอยุ่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม เป็นแหล่งศึกษา เชิง นิเวศวิทยา เพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของทางน้ำใต้ดิน และพืชพรรณที่สามารถเติบโต ได้ทั้ง ในน้ำและบนดิน คลองสองสายน้ำมีลักษณะพิเศษ ของระบบนิเวศ ที่ในช่วงขึ้น 12 ค่ำไปจนถึง แรม 5 ค่ำที่ น้ำทะเลหนุนขึ้นสูงซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า“น้ำใหญ่”นั้น น้ำทะเลจะหนุนสูงลึกเข้ามา ใน คลองท่าปอม ถึง ศาลาเล่นน้ำและผสม กับน้ำจืดในคลองท่าปอมกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อน ข้างขุ่นแต่ว่า ก็เป็นช่วงเวลา ไม่นานเพราะหลังจากนั้นน้ำทะเล ก็จะลงและถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดที่ใสแจ๋วเกิดจากการที่ลำธารสายนมีต้นกำเนิด จากเขาหินปูนที่มีี้สารแคลเซียมคาร์บอเนตที่มีคุณสมบัติในการจับตะกอนและสารแขวนลอยให้จมตัวเมื่อ สายน้ำ ไหลผ่านหินปูน เจ้าสารตัวนี้ก็จะละลายปนมาพร้อมกับจับสารแขวนลอยไหลไปจมตัวในน้ำนิ่งน้ำใน ลำ คลองท่าปอม จึงใสไหลเย็นมองเห็น ตัวปลาและพืชใต้น้ำได้อย่างชัดเจน
ท่าปอม คลองสองน้ำ
ยามที่สายน้ำจืดที่ใสแจ๋วแหววต้องแสงแดด จะส่งประกายระยิบระยับราวแก้วผลึก เป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินชม ท่าปอม มากที่สุด  โดยบางช่วงใต้ท้องน้ำจะงดงามด้วยสีเขียวสดจากพืชใต้น้ำที่มองเห็น ได้อย่างถนัดตาส่วน บางช่วง ก็ดูเพลินตาด้วยฝูงปลาที่แหวกว่ายทวนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ โดยความงามของทั้งสายน้ำจืดและ สายน้ำ กร่อยนั้นสามารถ เดินชมความงามได้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทาง อบต.เขาคราม สร้างขึ้นเป็นวงรอบ ในระยะ ทาง 700 เมตรซึ่งนอกจากคลองสองน้ำแล้ว ป่าท่าปอมก็ยังมีป่าธรรมชาติถึง 3 ป่าให้เลือกชมในเส้นทางเดิน ศึกษาธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินลุยเข้ารกเข้าป่าแต่ประการใด
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
สำหรับป่าชนิดไหนมีลักษณะอย่างไรว่าหากมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ป่าท่าปอมสังเกตไม่ยากเนื่องจาก ป่าแต่ละประเภทต่างก็มีลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไปโดย ป่าชายเลนจะเห็นเป็นจุดแรกตั้งแต่ก่อน เข้าสู่เส้นทาง เดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นรากของต้นโกงกางที่เป็นดังพระเอกของป่าชายเลน ขึ้นโชว์รากระโยงรยางค์อยู่ ทั่วไปเมื่อเดิน ไปทางขวาบนสะพานประมาณ 20 เมตร ก็จะได้เห็น ป่าพรุน้ำจืด ที่เป็นป่าหาดูได้ยาก โดยป่าพรุ ท่าปอมมีลักษณะต่างจากป่าพรุทั่วไป คือเป็นป่าพรุบนดอนที่น้ำไม่ท่วมขังเหมือนป่าพรุอื่นๆ แต่ว่าใครอย่า เผลอ ลงไปเดินในป่าพรุเข้าให้หละ เพราะดินแฉะๆที่ดูไม่น่าลึกไหร่ แต่ว่าหากลงไปเดินก็จะจมไปครึ่งค่อนตัวทีเดียว ซึ่ง ทางที่ดีควรเดินชมเสน่ห์จะไม่มีของป่าพรุบนสะพานนั่นแหละดีที่สุดสำหรับพืชพันธุ์ที่เด่นแห่งป่าพรุท่าปอมก็คง อะไรเกิน ตังหนใบเล็ก(วงศ์ GUTTIFERAE) ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่มีรากรูปร่างพิลึก คือเป็นรากที่ดูคล้าย หัวเขา ที่งอพับโผล่พ้นพื้นดินขึ้น มาประมาณ 20 ซ.ม.ดู แปลกตาน่ามองจากป่าพรุเมื่อเดินผ่านบรรยากาศอันชวนมอง ก็จะเข้าสู่บรรยากาศของ ป่าดิบชื้น ที่ลักษณะของป่านี้ก็สังเกตไม่ยาก เพราะ 2 ป่าที่ผ่านมาจะเป็นป่าที่ส่วน มาก เป็นต้นไม้เล็กๆและเป็นป่าโปร่ง แต่ว่าพอเข้าเขตป่าดิบชื้นจะสัมผัสได้ถึงต้นไม้อันร่ม ครึ้มที่เต็มไปด้วยไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
เสน่ห์ของ ท่าปอม อีกอย่างหนึ่งคือ รากไม้ให้ชวนมองอยู่ทั่วไปตามริมตลิ่งสองฝั่งคลองโดยรากของต้นไม้หลาย ประเภทจะปรับตัวด้วยการโผล่รากขึ้นมาหายใจ ในลักษณะเลาะเลี้ยวเคี้ยวโค้งเกี่ยวกวัดรัดกันไปมา ดูสวยงาม แปลกตาน่ามอง โดยรากของตนไม้ที่พบมากก็เห็นจะหนีไม่พ้นรากของต้นชมพู่น้ำ ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ใช่แค่มีราก ที่มีเสน่ห์ แต่ว่า ยามที่ชมพู่น้ำออกดอกก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เพราะว่าแต่ว่าดอกของชมพู่น้ำที่มีช่อสั้นๆมีเกสร ตัวผู้ สีขาวนวลดูเล็กฝอยฟูฟ่องนั้นงามไม่เบาทีเดียวโดยเพาะยามที่ดอกชมพู่น้ำร่วงหล่นลงไปลอยในสายน้ำดูพลิ้วไหว นั้นน่าชมมากๆและพวกรากไม้ต่างๆนี่แหละที่ถือเป็นจุดเกาะยึดอย่างดีของคนที่ลงไปเล่นน้ำ ซึ่งทางอบต. เขาครามเปิดบางช่วงให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำได้ แต่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วนใครที่อยากสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแห่งป่าท่าปอมในความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการเดิน ชมบนสะพาน ก็สามารถพายเรือแคนูชมความงามของคลองสองน้ำและป่าท่าปอมได้
รากไม้คดเคี้ยวไปตามลำน้ำ
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
นอกจากนี้ที่ป่าท่าปอมยังมีแก่งหินที่สีเหลืองคล้ายมัสตาร์ดที่เป็นความมหัศจรรย์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง โดยแก่ง หินเหลืองนี้เกิดจากหินดินดานทำปฏิกิริยากับอากาศจนเกิดเป็นโขดหินสีเหลืองทั่วไปในลำน้ำ เรียกได้ว่าในผืนป่า ท่าปอมนี่มีธรรมชาติที่ชวนให้อัศจรรย์ใจอยู่มากหลาย ซึ่งคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผืนป่าท่าปอมคง ความมหัศจรรย์ มาถึง ทุกวันนี้ก็เพราะเรื่องราวตำนานอาถรรพ์ของผืนป่าแห่งนี้
แก่งหินที่สีเหลือง
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
ในอดีตย้อนไปเมื่อ 130 กว่าปีที่ผ่านมาป่าท่าปอมนับเป็นดินแดนอาถรรพ์น่ากลัวที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป แต่เมื่อ“โต๊ะปอม” “โต๊ะหมัน” และ “นายกาแมะ”ผู้เก่งกล้าในวิชาอาคมได้มาบุกเบิกและอาศัยอยู่ที่ผืนป่า ท่าปอม ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยรุ่นต่อๆมาต่างก็เล่ากันว่ามักจะพบจระเข้ขาวปรากฏตัวอยู่เสมอในแอ่งน้ำของป่าท่าปอมพวกเขา เชื่อกันว่าจระเข้ขาวคือเจ้าที่ผู้มาปกปักรักษาป่าผืนนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์สมัยก่อนชาวบ้านจะไม่ลงเล่นน้ำใน วันเสาร์และอังคารเด็ดขาดเนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้เกิดอาเพศต่างๆ ส่วนชาวชุมชนก็ได้อาศัยสายน้ำเป็น เส้นทาง ออกหาปูปลาในทะเลนับจากอดีตเรื่อยมาถึงปัจจุบันโดยส่วนใหญ่ก็จะกลับเข้าฝั่งมาด้วยปูปลาที่เต็มลำซึ่งแสดง ให้เห็นว่าท้องน้ำ ในแถบนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มากหลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ยกให้ป่าท่าปอมเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ก็ทำให้มีคนแวะเวียนมาเที่ยวป่าท่าปอมกันไม่ได้ขาด ท่าปอม คลองสองน้ำสามารถเที่ยวชม คลองสองน้ำ ได้ตลอดทั้งปี ควรเที่ยวชมในเวลาที่น้ำลงน้ำจะสวยใสมาก
ท่าปอม คลองสองน้ำ    ท่าปอม คลองสองน้ำ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ค่าเข้าชม
คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท ค่าเช่าเรือแคนู ชั่วโมงละ 100 บาท วันละ 700 บาท  สอบถามเพื่มเติม อบต.เขาคราม โทร. 0 7569 4198, 07569 4165 หรือ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ โทร. 0 7562 2163
การ เดินทางไปท่าปอม คลองสองน้ำ
จากตัวเมืองกระบี่ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ทางไป อ.อ่าวลึก ประมาณ 22 กม. เมื่อถึงบ้านทุ่ง ซ้ายมือจะมีป้าย บอกทางไปป่าท่าปอมคลองสองน้ำให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 5 กม. ก็จะถึงลานจอดรถ ที่มีสวนปาล์มอยู่ขวามือ เสียค่าจอดรถ รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ 20 บาท รถบัส 100 บาท มอเตอร์ไซค์ จักรยาน 10 บาท